Discount shortcut onipadv2 f7e4cbe7e9839df85265b2d6c33c75e54deab413c253594680b10f76af38e359
Email promo 300 button
11,000 บาท

สามารถเรียนที่ไหน เมื่อไหร่ก็ได้ตลอดชีพ

เนื้อหาทั้งหมด 153 วิดีโอ ความยาวรวมกัน 52 ชั่วโมง 43 นาที

เอกสารประกอบ

ชีวกลศาสตร์ เป็นความรู้พื้นฐานที่ควรศึกษา เพื่อให้วางแผนการเคลื่อนไหวและออกกำลังกายได้อย่างถูกหลัก ไม่ให้เกิดอาการบาดเจ็บ

ใช้คำศัพท์ทั่วไป อธิบายและปูพื้นฐานให้ผู้เรียนที่ไม่เคยมีความรู้ทางกายวิภาค ให้สามารถเข้าใจได้

มี Workshop สาธิตการเคลื่อนไหว เพื่อให้เข้าใจและเห็นภาพชัดเจนมากขึ้น

สอนโดย รศ.ดร.ยอดชาย บุญประกอบ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกายภาพบำบัด มีประสบการณ์มากว่า 20 ปี

มี E-Book ประกอบการเรียนให้ดาวน์โหลด

11,000 บาท

สามารถเรียนที่ไหน เมื่อไหร่ก็ได้ตลอดชีพ

เนื้อหาทั้งหมด 153 วิดีโอ ความยาวรวมกัน 52 ชั่วโมง 43 นาที

เอกสารประกอบ

ชีวกลศาสตร์ เป็นความรู้พื้นฐานที่ควรศึกษา เพื่อให้วางแผนการเคลื่อนไหวและออกกำลังกายได้อย่างถูกหลัก ไม่ให้เกิดอาการบาดเจ็บ

ใช้คำศัพท์ทั่วไป อธิบายและปูพื้นฐานให้ผู้เรียนที่ไม่เคยมีความรู้ทางกายวิภาค ให้สามารถเข้าใจได้

มี Workshop สาธิตการเคลื่อนไหว เพื่อให้เข้าใจและเห็นภาพชัดเจนมากขึ้น

สอนโดย รศ.ดร.ยอดชาย บุญประกอบ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกายภาพบำบัด มีประสบการณ์มากว่า 20 ปี

มี E-Book ประกอบการเรียนให้ดาวน์โหลด

ผู้สอน

Physical Therapy Training

5.0 คะแนนเฉลี่ย

36 รีวิว

3 คอร์ส

  • รศ.ดร.ยอดชาย บุญประกอบ อาจารย์ประจำภายวิชากายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยขอนแก่น
  • วิทยากรด้านการสอนกายภาพด้วยแนวทางผสมผสานเทคนิคของการนวด (manual massage) หลักการชีวกลศาสตร์ และจิตใจ
  • วิทยากรผู้สอนผู้ให้ความรู้ทั้งในเชิงนักกายภาพและครูสอนออกกำลังกาย
  • อาจารย์ผู้สอนมีประสบการณ์มากว่า 20 ปี
  • ศรัณย์กร สุชาณัฐ ผู้ให้ความรู้ในแนวการแพทย์องค์รวม และผู้ก่อตั้ง Physical Therapy Training

คำอธิบายคอร์สออนไลน์
เป้าหมายของการเรียนชีวกลศาสตร์ เพื่อการพัฒนาบุคลากรในสหวิชาชีพ ให้สามารถทำงานดูแลผู้ป่วยได้อย่างถูกต้อง การรักษาอาการปวดนั้นจำต้องมีการออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรง ความสามารถในการใช้งานในรูปแบบต่างๆ ความยืดหยุ่นของร่างกาย ทั้งหมดนี้การออกกำลังกายเป็นภาพใหญ่ต่อจากหัตถการการลดปวดของหน่วยการแพทย์ คอร์สนี้จึงมุ่งเน้นเพื่อเสริมสร้างการออกกำลังกายที่ถูกต้องและป้องกันการบาดเจ็บให้กับผู้เรียน

ชีวกลศาสตร์เป็นศาสตร์แห่งการเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตรวมถึงวิธีการที่กล้ามเนื้อ กระดูก และ เอ็น ทำงานร่วมกันเพื่อสร้างการเคลื่อนไหว โดยหลักการทางฟิสิกส์ประยุกต์และกลศาสตร์ โดยเนื้อหาของคอร์สนี้เป็นภาคบุคคลทั่วไป อาจารย์ผู้สอนจะใช้คำศัพท์ทั่วไป อธิบายและปูพื้นฐานให้ผู้เรียนที่ไม่เคยมีความรู้ทางกายวิภาค ให้สามารถเข้าใจได้

ชีวกลศาสตร์เป็นส่วนหนึ่งของสาขาใหญ่ของการเคลื่อนไหว โดยเฉพาะมุ่งเน้นไปที่กลไกของการเคลื่อนไหว ประกอบไปด้วย Statics (สถิตยศาสตร์), Dynamics (พลศาสตร์), Kinematics (กลศาสตร์การเคลื่อนไหว) และ Kinetics (จลนศาสตร์)

เนื้อหาภายในคอร์ส
Biomechanics 1 (Biomechanics of Cervical Spine Part 1 - ชีวกลศาสตร์ส่วนกระดูกคอ 1) 
1. Functional Anatomy and Biomechanics of the cervical spine (หน้าที่ทางกายวิภาคและชีวกลศาสตร์กระดูกคอ)
2. Cervical spine joints (ข้อต่อกระดูกคอ)
3. Functional Anatomy and Biomechanics of the cervical spine - Motions of the cervical spine (หน้าที่ทางกายวิภาคและชีวกลศาสตร์กระดูกคอ - การเคลื่อนไหวส่วนกระดูกคอ)
4. Musculature of the cervical spine (กล้ามเนื้อของกระดูกส่วนคอ)
5. Ligaments of the cervical spine (เส้นเอ็นของกระดูกส่วนคอ)
6. Biomechanics of biological tissues (ชีวกลศาสตร์ของเนื้อเยื่อชีวภาพ)
7. The neurophysiology of pain and pain modulation -No brain, no pain (ประสาทวิทยาของการปวดและการเปลี่ยนแปลงต่อการปวด)
8. Interaction between Pain and sensorimotor control (ความสัมพันธ์ระหว่างอาการปวดและประสาทรับรู้)
9. Curative Eurythmy Via Dr.Tipatat Junhasavasdikul (การเคลื่อนไหวบำบัด โดย นพ. ทีปทัศน์ ชุณหสวัสดิกุล)
10. Common pathological disorders in cervical spine (พยาธิสภาพทั่วไปของกระดูกคอ)
11. Hypertonic musculature (กล้ามเนื้อตึงเกิน)
12. Joint dysfunction (ข้อต่อผิดปกติ)
13. Common pathological disorders in cervical spine (อาการทั่วไปของกระดูกคอผิดปกติ)
14. Sprains and strains (เคล็ดขัดยอก)
15. Degenerative joint disease (ข้อกระดูกเสื่อม)
16. Tension headache (ปวดร้าวขึ้นหัว)
17. Simple assessment and treatment strategy (การดูแลตัวเองเบื้องต้นและการรักษาเบื้องต้น)
18. Self-care for cervical disorders (การดูและกระดูกคอด้วยตัวเอง)
19. Proprioceptive training (การฝึกประสาทรับรู้ในการเคลื่อนไหว)
20. Neck stabilizing exercises (การยืดกล้ามเนื้อคอ) 

Biomechanics 2 (Biomechanics of Cervical Spine Part 2 - ชีวกลศาสตร์ส่วนกระดูกคอ 2)
1. Advanced Biomechanics of the cervical spine (ชีวกลศาสตร์ขั้นสูงของกระดูกคอ)
2. Osseous structures and intervertebral discs (โครงสร้างกระดูกและหมอนรองกระดูก)
3. Mechanical properties (คุณสมบัติเชิงกล)
4. Vertebrae, intervertebral discs, ligaments, muscles and neural elements (กระดูกสันหลัง, หมอนรองกระดูก, เส้นเอ็น, กล้ามเนื้อ และ องค์ประกอบเส้นประสาท)
5. Kinematics (กลศาสตร์การเคลื่อนไหว-การตรวจการเคลื่อนไหวที่ถูกต้อง)
6. Range of motion, surface joint motion, coupled motion of the cervical spine (องศาของการเคลื่อนไหว, การเคลื่อนไหวของข้อต่อ, การเคลื่อนไหวคู่ขนานของกระดูกคอ ) -Abnormal kinematics (การตรวจการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติทางกลศาสตร์)
7. Spinal stability (การตรวจความมั่นคงของกระดูสันหลัง)
8. Postural control and sensorimotor integration (การตรวจการควบคุมการทรงตัวและประสาทรับความรู้สึกโดยรวม)
9. Motor control and motor learning (กระบวนการการควบคุมและเรียนรู้การเคลื่อนไหว)
10. Improve your neck stability and flexibility (เพิ่มความมั่นคงและยืดหยุ่นให้กับคอ)
11. Vascularization of the head and neck (หลอดเลือดที่มาเลี้ยงศีรษะและคอ) lymphatic drainage of face and neck (การถ่ายเทน้ำเหลืองของใบหน้าและคอ - สาธิตการนวดหน้าลดอาการคลั่งของน้ำ)
12. Neck pain assessment (การประเมินการปวดคอ)
13. Therapeutic neuroscience education for neck pain (การศึกษาเส้นประสาทวิทยาของอาการปวดคอ)
14. Mechanical neck pain : assessment and primary care (กลไลการประเมินและรักษาอาการปวดคอขั้นต้น) Biomechanics of Whiplash-associated disorders (ชีวกลศาสตร์ของอาการผิดปกติที่เปิดจากคอสบัด)
15. Multi-layer release for face and neck (การคลายชั้นกล้ามเนื้อใบหน้าและคอ)

Biomechanics 3 (Biomechanics of Thoracic Spine Part 1 - ชีวกลศาสตร์ส่วนกระดูกอก 1)
1. Functional Anatomy of thoracic spine, thorax and chest wall (กายวิภาคศาสตร์การทำงานของกระดูกสันหลังบริเวณอก, โครงอก และ ผนังทรวงอก)
2. The bones and joints of thoracic spine (กระดูกและข้อของกระดูกสันหลังบริเวณอก)
3. The muscles of the thoracic spine (กล้ามเนื้อของกระดูกสันหลังบริเวณอก)
4. General structure and function (โครงสร้างและหน้าที่การทำงานทั่วไปของกระดูกสันหลังบริเวณอก)     
    - Rib cage (กระดูกซี่โครง)
    - Diaphragm (กะบังลม)
    - Abdomen (หน้าท้อง)
5. Blood and lymphatic circulation of the thorax (การไหลเวียนแลือดและน้ำเหลืองบริเวณโครงอก) Nerve supply of the thorax (เส้นประสาทที่เลี้ยงโครงอก)
6. Biomechanics of thoracic spine and thorax (ชีวกลศาสตร์ของกระดูกอกและทรวงอก)
7. Coordination and integration of ventilatory motions (การประสานงานและบูรณาการการเคลื่อนไหวโครงอกเพื่อแลกเปลี่ยนแก๊ส)
8. Stabilizing role of thoracic spine (บทบาทความมั่นคงต่อร่างกายของกระดูกสันหลังบริเวณอก)
9.Chain reactions of thoracic spine (การเชื่อมต่อเป็นลูกโซ่ของกระดูกสันหลังบริเวณอก)
10. Muscle imbalance of the thoracic spine (กล้ามเนื้อเสียสมดุลของกระดูกสันหลังบริเวณอก)
11. Neuromuscular adaptations to exercise (การปรับตัวของระบบประสาทและกล้ามเนื้อต่อการออกกำลังกาย)
12. Aging of the thoracic spine (ความชราของกระดูกสันหลังบริเวณอก)
13. Postural control and sensorimotor integration (การทรงท่าและการประสานงานของระบบประสาทรับความรู้สึกและระบบประสาทสั่งการ)

Biomechanics 4 (Biomechanics Thoracic Spine Part 2 - ชีวกลศาสตร์ส่วนกระดูกอก 2)
1. Thoracic spine: module of assessment and management (การประเมินและการจัดการบริเวณกระดูกอก)
2. Clinical examination and targeted management of thoracic musculoskeletal pain (การตรวจเชิงคลินิกและการแนวทางการดูแลอาการปวดระบบกล้ามเนื้อและกระดูกของกระดูกสันหลังบริเวณอก)
3. The thoracic ring approach A whole person framework to assess and treat the thoracic spine and ribcage (แนวทางการประเมินและการรักษาความผิดปกติของกระดูกสันหลังบริเวณอกและกระดูกซี่โครง)
4. Concept underlying Movement system syndrome of the thoracic spine (แนวคิดพื้นฐานกลุ่มอาการในระบบการเคลื่อนไหวช่วงกระดูกสันหลังบริเวณอก)
5. Alignment of the thoracic spine (การเรียงตัวของกระดูกสันหลังบริเวณอก)
6. Normal standing alignment of the thoracic spine (แนวกระดูกสันหลังบริเวณอกปกติในท่ายืน)
7. Impaired standing alignment of the thoracic spine (ความผิดปกติของแนวกระดูกสันหลังบริเวณอกในท่ายืน)
8. Ribcage alignment impairments (การเรียงตัวที่ผิดปกติของกระดูกซี่โครง)
9. Normal sitting alignment of ribcage (การเรียงตัวปกติในท่านั่งปกติของกระดูกซี่โครง)
10. Impaired sitting alignment of ribcage (การจัดตำแหน่งที่ผิดปกติของการนั่ง)
11. Abnormal muscle length of the thoracic spine (ความผิดปกติของกล้ามเนื้อของกระดูกสันหลังบริเวณอก)
12. Muscle performance of the thoracic spin (ประสิทธิภาพของกล้ามเนื้อกระดูกสันหลังบริเวณอก)
13. Thoracic-rotation-flexion syndrome (กลุ่มอาการผิดปกติที่เกิดจากการหมุน-การงอของกระดูกสันหลังบริเวณอก)
14. Thoracic flexion syndrome (กลุ่มอาการผิดปกติที่เกิดการงอของกระดูกสันหลังบริเวณอก)
15. Thoracic rotation-extension syndrome (กลุ่มอาการผิดปกติที่เกิดจากการหมุน-การยืดออกของกระดูกสันหลังบริเวณอก)
16. Thoracic rotation syndrome extension (กลุ่มอาการผิดปกติที่เกิดจากการหมุนของกระดูกสันหลังบริเวณอก)
17. Thoracic extension syndrome (กลุ่มอาการผิดปกติที่เกิดจากการเหยียดกระดูกสันหลังบริเวณอก)
18. Motor control and motor learning (การควบคุมระบบประสาทยนต์และการเรียนรู้)
19. Musculoskeletal pain in the human brain (การรับรู้ของสมองต่ออาการปวดจากกล้ามเนื้อและกระดูก)
20. Movement analysis of the thoracic exercise: Yoga and Pilates (การวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของกระดูกสันหลังบริเวณต่อการออกกำลังกายแบบโยคะและพิลาทิส)

Biomechanics 5 (Biomechanics of Lumbar Spine - ชีวกลศาสตร์ส่วนกระดูกเอว)
1. Anatomy of the Lumbar spine (กายวิภาคของกระดูกสันหลังบริเวณเอว)
2. Osteology: structure and function (โครงสร้างและหน้าที่ของกระดูก)
3. Arthrology: structure, function, prevention and joint management (โครงสร้าง หน้าที่ การป้องกันและการรักษาของข้อต่อ)
4. Myology: structure and function (โครงสร้างและหน้าที่ของกล้ามเนื้อ)
5. Biomechanics of the lumbar spine (ชีวกลศาสตร์ของกระดูกสันหลังบริเวณเอว)
6. Transitional area (พื้นที่การถ่ายน้ำหนัก)
7. Flexibility and stability (ความยืดหยุ่นและความมั่นคง)
8. Biomechanics of low back pain (ชีวกลศาสตร์ของการปวดหลังส่วนล่าง)
9. Posture, acture and balance (ท่าทาง, การปรับรักษาระดับและความสมดุล)
10. Adaptation of back muscle and exercise (การปรับตัวของกล้ามเนื้อหลังและการออกกำลังกาย)
11. Functions of the lumbar spine (กลไกการทำงานของกระดูกสันหลังบริเวณเอว)
12. Identification of imbalances: essential first step (การวินิจฉัยความไม่สมดุล)
13. Stress factors and homeostasis (ปัจจัยที่มาจากความเครียดและภาวะธำรงดุล)
14. The contextual environment (ปัจจัยที่เกิดจากสิ่งแวดล้อม)
15. Soft tissue spinal support (การเสริมความมั่นคงของกระดูกสันหลังจากเนื้อเยื่ออ่อน)
16. Coordination central and peripheral control for the lumbar spine (การประสานงานจากส่วนกลางและการควบคุมจากรอบนอกแก่กระดูกสันหลังบริเวณเอว)
17. lumbar muscles and stability of the lumbar spine (กล้ามเนื้อเอวที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของกระดูกสันหลังบริเวณเอว)
18. Specific muscle involvement in stabilization of the lumbar spine (การฝึกกล้ามเนื้อเฉพาะเพื่อความมั่นคงของกระดูกสันหลังบริเวณเอว)
19. Endurance factors (ปัจจัยด้านความทนทาน)

Biomechanics 6 (Biomechanics of Sacral Spine - ชีวกลศาสตร์ส่วนกระดูกสะโพก)
1. Anatomy of the sacroiliac joint (กายวิภาคศาสตร์ของข้อต่อกระเบนเหน็บ)
2. Bone, ligaments, muscles, and blood and nerve supply (กระดูก เอ็นยึดกระดูก กล้ามเนื้อ เส้นเลือด และเส้นประสาท)
3. Biomechanics of the sacroiliac joint, including coupled movements, normal and abnormal joint barriers, kinesiology, and reactions to various stresses (ชีวกลศาสตร์ของข้อต่อกระเบนเหน็บ เช่น การเคลื่อนไหวคู่ ปัจจัยจำกัดข้อปกติและผิดปกติ จลนวิทยา และปฏิกิริยาตอบสนองของข้อต่อความเค้นชนิดต่างๆ)
4. Common lumbopelvic disorders: self-care (ความผิดปกติของเอวและเชิงกรานที่พบบ่อย: การดูแลตนเอง)
5. Mechanical low back pain (อาการปวดหลังส่วนล่างเชิงกล)
6. Lumbar spondylosis (ภาวะกระดูกสันหลังบริเวณเอวเสื่อม)
7. Lumbar stenosis (ภาวะกระดูกสันหลังบริเวณเอวตีบแคบ)
8. Lumbar spondylolisthesis (ภาวะกระดูกสันหลังบริเวณเอวเคลื่อนหลุด)
9. Sacroiliac joint dysfunction (ภาวะบกพร่องหน้าที่ของข้อต่อกระเบนเหน็บ) 
10. Sacroiliac joint pain (อาการปวดข้อต่อกระเบนเหน็บ)
11. Posture creep and functional pathologies (พยาธิสภาพการเกิด creep ที่สัมพันธ์กับท่าทางและการทำหน้าที่)
12. Fashionable exercises of lumbopelvic spine disorders (การออกกำลังกายที่ได้รับความนิยมสำหรับความผิดปกติของเอวและเชิงกราน)
13. The role of motor control training (บทบาทการฝึกการควบคุมระบบสั่งการ)
14. A person-centred biopsychosocial approach to assessment of pelvic girdle pain (การประเมินทางด้านชีวจิตวิทยาสังคมในกลุ่มปวดเชิงกราน)
15. A critical viewpoint on models, testing and treatment of patients with lumbopelvic pain (รูปแบบการทดสอบและการรักษาผู้ป่วยที่มีอาการปวดเอวและเชิงกราน)
16. Aging of lumbopelvic spine (ความชราของกระดูกสันหลังบริเวณเอวและเชิงกราน)

Biomechanics 7 (Biomechanics of Extremities - ชีวกลศาสตร์ส่วนรยางค์ แขน - ขา)
1. Anatomy of the upper extremities (กายวิภาคศาสตร์ของรยางค์บน)
2. The shoulder complex (ข้อไหล่)
3. The elbow complex (ข้อศอก)
4. The forearm, wrist, and hand (ปลายแขน ข้อมือ และมือ)
5. Biomechanics of the upper extremities (ชีวกลศาสตร์ของรยางค์บน)
6. The shoulder complex (ข้อไหล่)
7. The elbow complex (ข้อศอก)
8. The forearm, wrist, and hand (ปลายแขน ข้อมือ และมือ)
9. Common disorders of the upper extremities (พยาธิสภาพที่พบบ่อยของรยางค์บน)
10. Frozen shoulder (ถุงหุ้มข้อไหล่อักเสบยึดติด หรือ โรคข้อไหล่ติด)
11. Rotator cuff tendinitis (เส้นเอ็นฉีกขาด)
12. Tennis’s elbow and golfer’s elbow (การอักเสบปุ่มกระดูกด้านนอกและด้านในศอก)
13. Carpal tunnel syndrome (โรคอาการกดทับเส้นประสาทข้อมือ)
14. De Quervain’s Disease (ปลอกหุ้มเอ็นข้อมืออักเสบ)
15. Anatomy of the lower extremities (กายวิภาคศาสตร์ของรยางค์ล่าง)
16. The hip joint (ข้อสะโพก)
17. The knee joint complex (ข้อเข่า)
18. The ankle and foot (ข้อเท้าและเท้า)
19. Biomechanics of the lower extremities (ชีวกลศาสตร์ของรยางค์ล่าง)
20. The hip joint (ข้อสะโพก)
21. The knee joint complex (ข้อเข่า)
22. The ankle and foot (ข้อเท้าและเท้า)
23. Common disorders of the lower extremities (พยาธิสภาพที่พบบ่อยของรยางค์ล่าง)
24. Avascular necrosis of the hip (กระดูกหัวสะโพกขาดเลือด)
25. Osteoarthritis Knee (OA) (โรคข้อเข่าเสื่อม)
26. Ankle sprain (ข้อเท้าแพลง)
27. Plantar fasciitis (โรครองช้ำ)

ประโยชน์ที่ผู้เรียนจะได้รับ
- นักเรียนสามารถวิเคราะห์ แยกแยะความปกติและความผิดปกติของการเคลื่อนไหว กล้ามเนื้อ กระดูก และเส้นเอ็นได้
- สามารถวางแผนการฝึกออกกำลังกายที่เหมาะสม และป้องกันอาการเจ็บปวดที่อาจจะเกิดขึ้นจากการออกกำลัง
- สามารถแยกกลุ่มอาการพื้นฐานเพื่อส่งต่อหน่วยการรักษาทางการแพทย์ต่อไป
- สามารถชี้แจงการออกกำลังกายที่ถูกต้องตามหลักการ กายภาพบำบัด
- สามารถแก้ไขอาการบาดเจ็บเบื้องต้นผ่าน ท่าทางในการยืดเหยียด ผสมผสานกับการออกกำลังกาย

ใครควรเรียนคอร์สออนไลน์นี้
- ผู้ฝึกสอนการออกกำลังกาย
- นักกายภาพบำบัดที่สนใจการออกกำลังกาย
- นักวิทยาศาสตร์การกีฬา
- บุคคลทั่วไปที่มีความสนใจในการออกกำลังกายอย่างจริงจัง

ผู้เรียนต้องมีความรู้อะไรมาก่อน
เนื้อหาของคอร์สนี้เป็นภาคบุคคลทั่วไป อาจารย์ผู้สอนจะใช้คำศัพท์ทั่วไป อธิบายและปูพื้นฐานให้ผู้เรียนที่ไม่เคยมีความรู้ทางกายวิภาค จึงไม่จำเป็นต้นมีความรู้สายสุขภาพมาก่อน

อ่านทั้งหมด

ห้องสนทนา
กรุณาลงทะเบียนเรียนคอร์สนี้เพื่อใช้งานห้องสนทนา
Physical Therapy Training

5.0 คะแนนเฉลี่ย

36 รีวิว

3 คอร์ส

  • รศ.ดร.ยอดชาย บุญประกอบ อาจารย์ประจำภายวิชากายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยขอนแก่น
  • วิทยากรด้านการสอนกายภาพด้วยแนวทางผสมผสานเทคนิคของการนวด (manual massage) หลักการชีวกลศาสตร์ และจิตใจ
  • วิทยากรผู้สอนผู้ให้ความรู้ทั้งในเชิงนักกายภาพและครูสอนออกกำลังกาย
  • อาจารย์ผู้สอนมีประสบการณ์มากว่า 20 ปี
  • ศรัณย์กร สุชาณัฐ ผู้ให้ความรู้ในแนวการแพทย์องค์รวม และผู้ก่อตั้ง Physical Therapy Training
คะแนนเฉลี่ย
5.0
รายละเอียด
5 ดาว
2
4 ดาว
0
3 ดาว
0
2 ดาว
0
1 ดาว
0
รีวิวบทเรียน
Default
by Panassarom Chantasanon
?1580299079
by phongthoru top